Connect with us

ข่าวรายวัน

‘หม่ำ จ๊กมก’ เล่าชีวิตรัก

มีชื่อเสียงแต่ไม่เคยทิ้งภรรยา ‘หม่ำ จ๊กมก’ เล่าชีวิตรัก ‘คุณมด’ อยู่ตั้งแต่เสื่อผืนหมอนใบ

เป็นสามีภรรยาที่รักกันมากๆ “มด จ๊กมก” ภรรยาตลกดังพันล้าน “หม่ำ จ๊กมก” ลงภาพขณะยังเป็นคู่รักหนุ่มสาว สมัยที่ยังไม่ได้ร่ำรวยเหมือนทุกวันนี้ สมเป็นคู่ทุกข์คู่ยาก อยู่กันมาตั้งแต่ยังไม่มีอะไร จนร่ำรวย ก็ยังรักกันมากๆ

ผมเคยใฝ่ฝันอยากมีอาชีพเป็นโจ๊กลิเก แต่พอขึ้นชั้นมัธยม มันเกิดพลิกผัน “ตอนนั้นไม่รู้คิดอะไร ผมหนีออกจากบ้านที่จังหวัดยโสธร มาตั้งแต่อายุ 16-17 ปี”

“ทั้งที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เพิ่งจะแตกเนื้อหนุ่มเริ่มมีความรักกับ “มด” (ภรรยา) เราต่างคนต่างมองกัน ประตูหัวใจเลยแง้มออกมา เฮ้ยไม่มีใครแล้วเว้ย เหลือเราอยู่ 2 คนที่ไม่มีคู่(หัวเราะ)”

“ผมสัญญาว่าจะรับเธอมาอยู่ด้วย หากมีที่อยู่และมีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ผมจึงต้องหนีมาเผชิญโชคในกรุงเทพฯ ก่อนด้วยการหางานทำ ถึงแม้เราจะรักกัน อยากอยู่ด้วยกัน แต่พ่อแม่เขามีฐานะกว่าเรา”

“เขาไม่ชอบหน้าผม ผมจึงมาผจญภัยในกรุงเทพฯ เพื่อสร้างฐานะ ด้วยความเสี่ยง ผมไม่มีญาติพี่น้อง วันแรกที่เจอพบแต่คนแปลกหน้า ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ในชีวิตไม่เคยเจอคำว่า กรุงเทพฯ มาก่อน”

“ผมไม่รู้ว่าจะไปไหนจึงไปนอนที่ชานชาลาขนส่งสายใต้เก่า ผมคิดเสมอว่าถ้าผมมีที่อยู่ก็จะเขียนจดหมายไปตามแฟนมาอยู่ด้วยกัน วันนั้นก็เลยเดินไปเรื่อยๆ จนไปถึงซอยบุปผาสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานของวงดนตรีชื่อดังรวมกันอยู่ที่นั่นเต็มไปหมด”

“ขาเขียนป้ายว่า รับสมัครคอนวอย คนยกของ สมัครเสร็จก็ขึ้นรถไปกับเขาเลย ตอนนั้นผมอยู่วง สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ได้ค่าแรงวันละ 40 บ. ไปแบกกลอง ขนของอยู่ประมาณ 2-3 เดือน”

มันเหมือนกับผมเป็นตัวโจ๊กโดยไม่รู้ตัว ทีนี้บังเอิญครูสอนเต้นมาเห็นเข้าเลยบอกว่า ‘ไอ้หม่ำ เอ็งไม่ควรมาแบกของ อย่างเอ็งต้องไปอยู่หน้าเวที’ จะด้วยพรหมลิขิตหรือบุญบันดาล ผมได้พาร์ทชั้นไปเป็นตลกเร็วกว่าคนอื่นๆ

ตอนนั้นผมถือว่าผมเป็นตลกดาวรุ่ง หัวหน้า สดใส รุ่งโพธิ์ทอง เขาไปรับงานที่นั่น เขาก็มาเห็นผมเข้าก็บอกว่า ‘อ้าวไอ้หม่ำ มึงมาเป็นตลกแล้วเหรอ’ จึงชวนไปอยู่ด้วยกันอีก

“จากนั้นผมก็กระเหินไปอยู่คณะโชคชัย อยู่คณะสุพรรณ แสงพิชัย อยู่กับคณะปริศนา วงศ์สิริ โลดแล่นอยู่ในวงการลูกทุ่งถึง3 ปี ก็เริ่มมีที่อยู่ มีอาชีพแล้ว จึงเขียนจดหมายไปตามภรรยามาเป็นหางเครื่องเต้นด้วย”

ตอนนั้นมีค่าตัววันละ 80 บ. ค่าเช่าห้องเดือนละ 800 บ. ต้องอยู่อย่างประหยัด จำได้ว่ามีครั้งหนึ่งกินข้าวคลุกกับน้ำปลา นั่งกินกับมด เห็นเขาน้ำตาไหล เราก็น้ำตาไหล

“ผมอยู่กับตลกคณะเล็กๆ เร่ไปมา มดเริ่มมีน้อง เราก็คิดว่าบุตรเราจะเกิดแล้ว มันต้องมานั่งทบทวนกันใหม่ มานั่งคิดทีไรน้ำตามันไหลออกมาทุกที ผมคิดว่าจะเก็บตังค์ให้ได้สักก้อน แล้วค่อยไปเปิดร้านของชำที่บ้านนอกดีกว่า รู้สึกท้อแล้ว”

“เราคิดอย่างนั้น พอดีพี่เปี๊ยก ปากน้ำโพธิ์ หัวหน้าคณะตลก เขาเห็นแววผมเล่นตลก เสร็จแล้วเขาจึงแนะนำให้ผมมาเล่นตลกอยู่กับคณะตลกของพี่เทพ โพธิ์งาม เหมือนฟ้าประทานพรมาให้ ผมเจอกับพี่เทพ”

ครั้งแรกที่ผมเจอพี่เทพ เขาให้ขึ้นเวทีเลย ไม่มีการเตรียมตัวไม่มีการซักซ้อมมาก่อน ผมล่อพี่เทพซะน่วมเหมือนกัน คือไม่ยอม มีการส่งมุข เล่นกันครั้งแรกครึ่งชั่วโมง ผมมองสายตาเขา ผมรู้ว่าผมโดนใจเขา ชัดเจนแล้ว ไม่ต้องพูดสักคำไม่มีใครกล้าเอาถาดไปตีหัวเขา เพราะเขารุ่นใหญ่ขนาดนั้น”

“ผมทำงานกับพี่เทพอยู่ 2-3 เดือน คิดดูผมทำงานไม่มีวันหยุด ไม่มีเวลาใช้ตังค์ ทำงานตั้งแต่ 2 ทุ่มจนถึงตี 5 ทุกๆ วัน ผมก็เอาเงินเก็บไว้ในลิ้นชัก ได้มาก็ใส่เข้าไปเป็นอย่างนี้ทุกวัน เปิดออกมาดูกับมดตกใจ เชื่อมั๊ย มีตังค์สดเกือบ 3 แสนบ. ชีวิตผมยิ่งดีขึ้นตามลำดับ จนก้าวมาถึงทุกวันนี้”

สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 สำนักข่าวทัตสโตร์ออนไลน์
TRUSTSTORE ONLINE BY OKINFINITY LIMITED PARTNERSHIP (THAILAND)
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

More in ข่าวรายวัน

error: Content is protected !!