Connect with us

ข่าวรายวัน

ทายาทคนเดียว ‘เง็ก กัลยา’

ไม่เคยเจอหน้ากันนาน 10 ปี
‘น้องกาย’ ทายาทคนเดียว ‘เง็ก กัลยา’ หน้าตาดีเหมือนแม่

โลดแล่นอยู่ในวงการมานานพอสมควร สำหรับ นักแสดงมากฝีมืออย่าง เง็ก-กัลยา เลิศเกษมทรัพย์ ที่เธอนั้นเคยแต่งงานมาแล้ว แต่น้อยครั้งที่เจ้าตัวจะพูดถึงเรื่องครอบครัว

ล่าสุดเจ้าตัวได้มาเปิดใจว่าเคยถูกอดีตสามีกีดกันไม่ให้เจอนานนับ 10 ปี “เคยแต่งงานมาแล้ว แต่ไม่เคยพูดเรื่องครอบครัวเลย

ส่วนมากจะไม่ค่อยพูดเรื่องครอบครัวสักเท่าไหร่ คือมันผ่านมานานมาก เพราะตอนนี้บุตรชายก็ 20 ปีแล้ว ซึ่งตอนที่แต่งก็แต่งกันเงียบๆไม่ได้หวือหวาหรือมีพิธีใหญ่โตอะไร

มันก็ไม่ได้ถึงขั้นปิดข่าวนะคะ คือช่วงที่เรามีสามี มีครอบครัว ก็เลี้ยงบุตรใช้ชีวิตไปตามปกติ แต่ด้วยผ่านมาสักระยะ เราอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็เลยต้องแยกทางกันไป

ใช้ชีวิตคู่ได้สักประมาณ 4 ปีกว่า เหตุผลหลักที่ต้องตัดสินใจแยกทางกับสามี คือการที่ผู้ชาย….อะไรแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะผ่านมาแล้วเรื่องมันก็จบ

แต่ในความรู้สึกลึกๆของเราแล้ว เรารู้สึกได้เลยว่าอันนี้มันไม่ใช่ แล้วพอมันเริ่มรู้สึกเยอะๆ เราก็จะเป็นคนที่แบบว่าตัดออกเลย ก็ปล่อยเขาไป จริงๆมันก็เห็นกันมานั่นแหละ

แต่ไม่คิดว่ามันจะมาเป็นแบบนี้ พอมีเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำๆ ก็เลยต้องตัดสินใจแยกกันไปดีกว่า ก็คิดอยู่นานนะ จนถึงวันที่เรารู้สึกแบบไม่ไหวแล้ว แล้วเราเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรแบบนี้

มันรู้สึกแบบจี้หัวใจ คิดแล้วรู้สึกมัน ก็เลยตัดสินใจไม่เอาแล้วดีกว่า น่าจะแยกทางกัน หลังจากแยกทางกัน ก็ไม่ได้เจอบุตรอีก ช่วงแรกๆมีการตกลงว่าเราจะจัดการดูแลบุตรคนละอาทิตย์

ผ่านไปสักพักเขาก็พาบุตรย้ายโรงเรียนหนีเราไปเลย ตอนนั้นเราตกใจมาก เราก็ตามหาไปจนทั่วนะคะ แต่ก็ไม่เจอ ก็หามาเรื่อยๆ จนได้มีการพูดคุยกับตัวเขา

แล้วเขาก็ขอเอาบุตรไปเลี้ยงเอง หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้เจอบุตรอีกเลย สาเหตุที่ไม่ให้เราเจอบุตรเราก็ไม่รู้ว่าเหตุผลของเขาคืออะไร ตอนที่ตัดสินใจแยกทางกันจบกันไม่ค่อยดีเท่าไหร่

คือมันมีเรื่องเข้ามา อาจจะมีเรื่องผู้หญิงหรือมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วเราก็ตัดสินใจออกมาจากตรงนั้น บุตรไปอยู่กับแม่เลี้ยง คือเราบังคับมันไม่ได้ ในเมื่อเรื่องราวมันเป็นแบบนี้

และสุดท้ายเราก็ต้องปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ถึงเราจะร้องไห้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องอยู่ไป คือต้องบอกว่าเรื่องบุตรเป็นอะไรที่เซนซิทีฟมาก

เวลาไปกองถ่ายเจอใครที่พาบุตรมาก็จะร้องไห้ตลอดเลย แต่เราก็พยายามทำทุกอย่างที่จะได้เจอเขา แล้วได้เขากลับมาอยู่กับเรา ก็โดนแกล้ง โดนหลอกอยู่ตลอด บางทีโทรหาเราว่าบุตรอยู่ที่นั่นที่นี่

เราก็รีบตามไปเพื่อจะเจอ แต่พอไปถึงปรากฏว่าไม่มี ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาต้องการอะไร ทำไปเพื่ออะไร เวลาบุตรไปโรงเรียนงานกีฬาสีอะไร เราก็ได้แต่ไปแอบดู ก็เป็นแบบนี้มาตลอดค่ะ

จนวันหนึ่งก็มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งมาบอกว่า เดี๋ยวเวลาผ่านไปเราจะได้เจอบุตรเอง เวลาเขาโต เขาก็จะมาหาเราเอง ซึ่งมันก็คือเรื่องจริง เราก็ได้เล่าให้ผู้ใหญ่ท่านนี้ฟัง

แล้วเขาก็ช่วยพูดให้ หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆผ่อนลง ให้เราได้มีโอกาสเจอบุตรบ้าง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นมา ความรู้สึกที่เจอกันคือเหมือนเราเจอแฟน

เหมือนรักแรกพบ เจอแล้วตื่นเต้น หัวใจมันเต้นแรง มันดีใจมาก หัวใจเรามันพองโต ร้องไห้เลยค่ะ ถึงแม้ว่าตอนนั้นเขาอาจจะยังไม่โตมาก และยังไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไร

Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

More in ข่าวรายวัน

error: Content is protected !!