Connect with us

ข่าวรายวัน

บ้านเกิด ‘หน่อง ปลื้มจิตร์’ ที่อ่างทอง

บ้านเกิด ‘หน่อง ปลื้มจิตร์’ ที่อ่างทอง

ถ้าเอ่ยถึง วอลเลย์บอลหญิงไทย ก็ต้องนึกถึง ปลื้มจิตร์? นี่ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงไปสักนิด หากเทียบกับผลงาน ตลอดการยืนระยะรับใช้ทีมชาติไทย อย่างยาวนานของ “หน่อง ปลื้มจิตร์ ถินขาว” วัย 35 ปี

เธออยู่ในทุกๆช่วงเวลาของ ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ตั้งแต่ในยุคที่ ยังไม่ได้รับความสนใจ มีคนติดตามเชียร์เพียงแค่กลุ่มเล็กๆ

ไม่มีคนไทยไปตามให้กำลังใจในการแข่งขันต่างแดน ไม่มีแม้กระทั่งข่าวสารออกทางทีวี หรือคนไปรอ-รับส่งที่สนามบิน อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้

ปลื้มจิตร์ ถินขาว หรือ หน่อง เกิดเมื่อวันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2526 เป็นชาวอ่างทองโดยกำเนิด จบมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม

และมัธยมปลายจากโรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) จากนั้นได้ต่อเรียนต่อระดับปริญญาตรี และปริญญาโท จากคณะบริหารฯ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (RBAC)

สำหรับการเดินทางสู่เส้นทางนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงนั้น ปลื้มจิตร์ เริ่มเล่นวอลเลย์บอลตั้งแต่ 14 ปี ขณะที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จังหวัดอ่างทอง

ก่อนจะไต่ระดับก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทยได้สำเร็จ โดยเล่นตำแหน่งบอลกลาง (Middle) และเธอเป็นหนึ่งในนักวอลเลย์บอลทีมชาติไทยที่ได้เซ็นสัญญาไปเล่นวอลเลย์บอลอาชีพในต่างประเทศ

ขณะนี้สังกัดทีม Igtisadchi BAKU ประเทศอาเซอร์ไบจาน (พ.ศ. 2555-2556) โดยที่ก่อนหน้าก็เคยเล่นให้กับสโมสรในประเทศจีน, ตุรกี และรัสเซีย มาแล้ว

8 ปีแรกในการติดทีมชาติของ ปลื้มจิตร์ ถินขาว อาจต้องพบเจอกับผลการแข่งขันที่ไม่ดีนัก แต่พวกเธอก็ไม่เคยยอมแพ้ ยังคงพยายาม ทุ่มเทอยางหนัก โดยอาศัยทีมเวิร์กที่ดี

ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขัน จากชาติที่แพ้มากกว่าชนะ เริ่มสะกดคำว่า ชนะ ได้มากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์เอเชีย 2 สมัยในปี 2009 และ 2013

ผลพวงที่ตามมา คือ สื่อทุกสำนักในประเทศ ออกข่าวความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ ทีมหญิงไทย แฟนกีฬาทั่วประเทศให้ความสนใจในทุกๆรายการที่

ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยลงแข่งขัน มีแฟนคลับจำนวนหนึ่งติดตามทีมชาติไปเชียร์ แม้รายการแข่งขันในต่างประเทศ

แต่ถึงแม้ ไทย จะไปถึงตำแหน่งเบอร์ 1 ทวีปของเอเชีย ก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเธอจะไม่มีวันได้กลับมา ลิ้มรสชาติของความพ่ายแพ้อีกครั้ง

โดยเฉพาะกับรายการที่ทุกคนในทีมคาดหวัง อย่างการคว้าสิทธิ์ไปเล่นรอบสุดท้ายใน โอลิมปิก เกมส์ ให้ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ต้นแบบของหญิงแกร่ง ที่ลงมือทำมากกว่าพูด “หน่องเคยบอกโค้ชตั้งแต่ก่อนจะเปลี่ยนกัปตันแล้วว่า เราไม่ชอบการเป็นหัวหน้าทีม

แต่ผู้ใหญ่เขาต้องการให้เรามาฝึกความเป็นผู้นำ เพราะเขาเห็นความมีวินัยในตัวเรา ที่เราสามารถเป็นแบบอย่างให้น้องๆได้ โดยที่ไม่ต้องพูด แต่เราลงมือทำให้เห็นเลย”

Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

More in ข่าวรายวัน

error: Content is protected !!